หลายคนสงสัยว่าทำไมการซื้ออสังหาริมทรัพย์ให้เช่าถึงนิยมนัก ทั้งที่ราคาสูง ต้องลงทุนมาก และค่าเช่าเทียบกับราคาก็ไม่ได้สูงนัก — กุญแจสำคัญอยู่ที่ “การกู้” (Leverage) และการรู้จักวัดผลตอบแทนให้เป็น
ทำไมอสังหาฯ ให้เช่าถึงน่าสนใจ
คำตอบคือ อสังหาริมทรัพย์ให้เช่าสามารถ ใช้เงินกู้ธนาคารช่วยได้ หรือที่เรียกว่า Leverage — เราใช้เงินตัวเองเพียงส่วนหนึ่ง แต่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์ราคาเต็ม ทำให้อัตราผลตอบแทน “ต่อเงินที่ลงจริง” สูงขึ้นได้มาก
เราวัดผลตอบแทนได้ด้วยอัตราส่วนหลัก 3 ตัว ที่มองคนละมุมตามวัตถุประสงค์ต่างกัน
ตัวอย่างที่จะใช้ทั้งบทความ
สมมติกำลังพิจารณาซื้อคอนโดมือสองห้องหนึ่ง โดยห้องข้างเคียงในตึกปล่อยเช่ากันเดือนละ 5,000 บาท และตึกมีผู้เช่าค่อนข้างเต็ม
- ราคาซื้อขาย 600,000 ฿
- ค่าเช่า 5,000 ฿/เดือน
- ค่าส่วนกลาง+ค่าใช้จ่าย 600 ฿/เดือน
- กู้ธนาคาร 90% 540,000 ฿
- เงินลงทุนของเรา 60,000 ฿
- ผ่อนต่อเดือน (30 ปี) 3,500 ฿
- ในค่าผ่อน: ดอกเบี้ย ~2,000 ฿
- ในค่าผ่อน: เงินต้น ~1,500 ฿
1. Cap Rate (Capitalization Rate)
คำนวณจาก (รายได้ − รายจ่าย) / ราคาซื้อ — เป็นมุมมองผลตอบแทนของตัวทรัพย์เอง โดยยังไม่คิดเรื่องการกู้
= (55,000 − 7,200) / 600,000 = 7.97%
สังเกตว่าค่าเช่าคูณ 11 ไม่ใช่ 12 — เป็นการเผื่อกรณีห้องว่างไม่มีผู้เช่าราว 1 เดือนต่อปี เพราะสัญญาเช่ามักเป็นปีต่อปี พอผู้เช่าย้ายออกก็ต้องทำความสะอาดและหาผู้เช่าใหม่ มักเว้นว่างอย่างน้อย 1 เดือน (ถ้าทำเลห้องว่างเยอะ อาจต้องเผื่อมากขึ้นเป็น ×10 หรือ ×9)
ใช้ทำอะไร: เปรียบเทียบศักยภาพสร้างรายได้ของทรัพย์แต่ละแห่งที่มีปัจจัยต่างกัน เช่น บางแห่งค่าเช่าสูงแต่ราคาขายสูงกว่ามาก บางแห่งราคาถูกแต่ค่าส่วนกลางแพง
2. Cash on Cash Return (CCR)
คำนวณจาก (รายได้ − รายจ่าย − เงินผ่อนธนาคาร) / เงินลงทุน — คราวนี้หักค่าผ่อนธนาคารทั้งก้อนออกด้วย
= (55,000 − 7,200 − 42,000) / 60,000 = 9.67%
ใช้ทำอะไร: วัด “เงินสดรับต่อเงินสดที่ลงทุนไป” ตรงตามชื่อ เหมาะกับคนที่ลงทุนอสังหาฯ ให้เช่าเป็นอาชีพ ต้องพึ่งกระแสเงินสดจากค่าเช่าเลี้ยงชีพ ช่วยให้รู้ว่าแต่ละดีลต้องลงเงินเท่าไร และเหลือเงินสดในมือเปลี่ยนไปอย่างไร
3. Return on Investment (ROI)
คำนวณจาก (รายได้ − รายจ่าย − ดอกเบี้ยเงินกู้) / เงินลงทุน — ต่างจาก CCR เพียงเล็กน้อย คือนับส่วนที่ผ่อนเป็นเงินต้นเป็นผลตอบแทนด้วย เพราะเราได้ความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามเงินต้นที่ผ่อนไป
= (55,000 − 7,200 − 24,000) / 60,000 = 39.67%
ด้วยเงินลงทุนเพียง 60,000 บาท กลับได้ ROI สูงถึง ~40% — นี่คือพลังของ Leverage และเป็นเหตุผลว่าทำไมการซื้ออสังหาฯ ปล่อยเช่าถึงเป็นที่นิยม
บทเรียนสำคัญ: “ห้องว่าง” เปลี่ยนทุกอย่าง
แต่ Leverage เป็นดาบสองคม ลองดูว่าถ้าจำนวนเดือนที่มีผู้เช่าลดลง อัตราส่วนทั้งสามเปลี่ยนไปแค่ไหน (จากสมมติฐานเดิม):
| เดือนที่มีผู้เช่า | Cap Rate | CCR | ROI |
|---|---|---|---|
| 9 เดือน | 6.30% | −7.00% | 23.00% |
| 10 เดือน | 7.13% | 1.33% | 31.33% |
| 11 เดือน (ฐาน) | 7.97% | 9.67% | 39.67% |
ถ้าปล่อยเช่าได้แค่ 9 เดือน/ปี CCR ติดลบ −7% ทันที — แปลว่ากระแสเงินสดไม่พอผ่อน ต้องควักเนื้อเพิ่ม เพราะเรายังต้องผ่อนธนาคารแม้ห้องจะว่าง นี่คือความเสี่ยงที่มากับ Leverage ที่ตัวเลข ROI สวย ๆ ไม่ได้บอก
ก่อนตัดสินใจลงทุนจริง จึงควรศึกษาและสั่งสมประสบการณ์ให้มากขึ้น เพื่อให้โอกาสผิดพลาดน้อยลง และอย่าลืมว่า อสังหาฯ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุน ที่ต้องวางให้สมดุลกับสภาพคล่อง ความเสี่ยง และเป้าหมายอื่นในภาพรวมการเงินทั้งชีวิต
อสังหาฯ คือ 1 ชิ้นในพอร์ต — เห็นภาพรวมทั้งหมดสิ
“วางแผนพอ” (PorPlanner) ช่วยให้คุณเห็นว่าการลงทุนอสังหาฯ เข้ากับภาพรวมการเงินและเป้าหมายทั้งชีวิตของคุณแค่ไหน อย่างเป็นกลางและได้มาตรฐาน CFP® — เริ่มต้นได้ฟรี
เริ่มวางแผนฟรีที่ porplanner.com →คำถามที่พบบ่อย
Cap Rate คืออะไร?
Cap Rate (Capitalization Rate) คืออัตราส่วนรายได้สุทธิต่อปีต่อราคาซื้อ คำนวณจาก (รายได้ − รายจ่าย) / ราคาซื้อ ใช้เปรียบเทียบศักยภาพในการสร้างรายได้ของอสังหาริมทรัพย์แต่ละแห่งโดยยังไม่คิดเรื่องการกู้
Cash on Cash Return ต่างจาก ROI อย่างไร?
CCR หักเงินผ่อนธนาคารทั้งก้อน (เงินต้น+ดอกเบี้ย) จึงวัดกระแสเงินสดที่ได้รับจริง ส่วน ROI หักเฉพาะดอกเบี้ย เพราะถือว่าเงินต้นที่ผ่อนคือความเป็นเจ้าของที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เงินที่สูญไป ROI จึงสูงกว่า CCR
ทำไมคำนวณค่าเช่าคูณ 11 ไม่ใช่ 12?
เผื่อกรณีห้องว่างไม่มีผู้เช่าประมาณ 1 เดือนต่อปี เพราะสัญญาเช่ามักเป็นปีต่อปี เมื่อผู้เช่าย้ายออกต้องทำความสะอาดและหาผู้เช่าใหม่ มักเว้นว่างอย่างน้อย 1 เดือน ถ้าทำเลห้องว่างมากอาจเผื่อมากขึ้นเป็น ×10 หรือ ×9
Leverage คืออะไร และเสี่ยงไหม?
Leverage คือการใช้เงินกู้ธนาคารช่วยลงทุน ทำให้ใช้เงินตัวเองน้อยแต่คุมสินทรัพย์ราคาเต็มได้ จึงเพิ่มผลตอบแทนต่อเงินลงทุน แต่เพิ่มความเสี่ยงด้วย เพราะยังต้องผ่อนแม้ห้องว่าง หากอัตราการเช่าตกลง กระแสเงินสดอาจติดลบ