หน้าแรก / บทความ / คำนวณผลตอบแทนอสังหาฯ ให้เช่า
บริหารการลงทุน

ลงทุนอสังหาฯ ให้เช่า คำนวณผลตอบแทนยังไง? รู้จัก Cap Rate, CCR, ROI

โดย วิศรุต ศรีโรจนกุล (ต๋อม), CFP®
·12 กรกฎาคม 2569 ·อ่าน 7 นาที

หลายคนสงสัยว่าทำไมการซื้ออสังหาริมทรัพย์ให้เช่าถึงนิยมนัก ทั้งที่ราคาสูง ต้องลงทุนมาก และค่าเช่าเทียบกับราคาก็ไม่ได้สูงนัก — กุญแจสำคัญอยู่ที่ “การกู้” (Leverage) และการรู้จักวัดผลตอบแทนให้เป็น

ในบทความนี้
  1. ทำไมอสังหาฯ ให้เช่าถึงน่าสนใจ
  2. ตัวอย่างที่จะใช้ทั้งบทความ
  3. 1. Cap Rate
  4. 2. Cash on Cash Return
  5. 3. Return on Investment
  6. บทเรียน: ห้องว่างเปลี่ยนทุกอย่าง
  7. คำถามที่พบบ่อย

ทำไมอสังหาฯ ให้เช่าถึงน่าสนใจ

คำตอบคือ อสังหาริมทรัพย์ให้เช่าสามารถ ใช้เงินกู้ธนาคารช่วยได้ หรือที่เรียกว่า Leverage — เราใช้เงินตัวเองเพียงส่วนหนึ่ง แต่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์ราคาเต็ม ทำให้อัตราผลตอบแทน “ต่อเงินที่ลงจริง” สูงขึ้นได้มาก

เราวัดผลตอบแทนได้ด้วยอัตราส่วนหลัก 3 ตัว ที่มองคนละมุมตามวัตถุประสงค์ต่างกัน

ตัวอย่างที่จะใช้ทั้งบทความ

สมมติกำลังพิจารณาซื้อคอนโดมือสองห้องหนึ่ง โดยห้องข้างเคียงในตึกปล่อยเช่ากันเดือนละ 5,000 บาท และตึกมีผู้เช่าค่อนข้างเต็ม

สมมติฐาน

1. Cap Rate (Capitalization Rate)

คำนวณจาก (รายได้ − รายจ่าย) / ราคาซื้อ — เป็นมุมมองผลตอบแทนของตัวทรัพย์เอง โดยยังไม่คิดเรื่องการกู้

Cap Rate = [(5,000 × 11) − (600 × 12)] / 600,000
= (55,000 − 7,200) / 600,000 = 7.97%

สังเกตว่าค่าเช่าคูณ 11 ไม่ใช่ 12 — เป็นการเผื่อกรณีห้องว่างไม่มีผู้เช่าราว 1 เดือนต่อปี เพราะสัญญาเช่ามักเป็นปีต่อปี พอผู้เช่าย้ายออกก็ต้องทำความสะอาดและหาผู้เช่าใหม่ มักเว้นว่างอย่างน้อย 1 เดือน (ถ้าทำเลห้องว่างเยอะ อาจต้องเผื่อมากขึ้นเป็น ×10 หรือ ×9)

ใช้ทำอะไร: เปรียบเทียบศักยภาพสร้างรายได้ของทรัพย์แต่ละแห่งที่มีปัจจัยต่างกัน เช่น บางแห่งค่าเช่าสูงแต่ราคาขายสูงกว่ามาก บางแห่งราคาถูกแต่ค่าส่วนกลางแพง

2. Cash on Cash Return (CCR)

คำนวณจาก (รายได้ − รายจ่าย − เงินผ่อนธนาคาร) / เงินลงทุน — คราวนี้หักค่าผ่อนธนาคารทั้งก้อนออกด้วย

CCR = [(5,000 × 11) − (600 × 12) − (3,500 × 12)] / (600,000 − 540,000)
= (55,000 − 7,200 − 42,000) / 60,000 = 9.67%

ใช้ทำอะไร: วัด “เงินสดรับต่อเงินสดที่ลงทุนไป” ตรงตามชื่อ เหมาะกับคนที่ลงทุนอสังหาฯ ให้เช่าเป็นอาชีพ ต้องพึ่งกระแสเงินสดจากค่าเช่าเลี้ยงชีพ ช่วยให้รู้ว่าแต่ละดีลต้องลงเงินเท่าไร และเหลือเงินสดในมือเปลี่ยนไปอย่างไร

3. Return on Investment (ROI)

คำนวณจาก (รายได้ − รายจ่าย − ดอกเบี้ยเงินกู้) / เงินลงทุน — ต่างจาก CCR เพียงเล็กน้อย คือนับส่วนที่ผ่อนเป็นเงินต้นเป็นผลตอบแทนด้วย เพราะเราได้ความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามเงินต้นที่ผ่อนไป

ROI = [(5,000 × 11) − (600 × 12) − (2,000 × 12)] / (600,000 − 540,000)
= (55,000 − 7,200 − 24,000) / 60,000 = 39.67%

ด้วยเงินลงทุนเพียง 60,000 บาท กลับได้ ROI สูงถึง ~40% — นี่คือพลังของ Leverage และเป็นเหตุผลว่าทำไมการซื้ออสังหาฯ ปล่อยเช่าถึงเป็นที่นิยม

บทเรียนสำคัญ: “ห้องว่าง” เปลี่ยนทุกอย่าง

แต่ Leverage เป็นดาบสองคม ลองดูว่าถ้าจำนวนเดือนที่มีผู้เช่าลดลง อัตราส่วนทั้งสามเปลี่ยนไปแค่ไหน (จากสมมติฐานเดิม):

เดือนที่มีผู้เช่าCap RateCCRROI
9 เดือน6.30%−7.00%23.00%
10 เดือน7.13%1.33%31.33%
11 เดือน (ฐาน)7.97%9.67%39.67%
ยิ่งห้องว่างนาน ผลตอบแทนยิ่งหด — และ CCR อาจติดลบ
จุดที่ต้องระวัง

ถ้าปล่อยเช่าได้แค่ 9 เดือน/ปี CCR ติดลบ −7% ทันที — แปลว่ากระแสเงินสดไม่พอผ่อน ต้องควักเนื้อเพิ่ม เพราะเรายังต้องผ่อนธนาคารแม้ห้องจะว่าง นี่คือความเสี่ยงที่มากับ Leverage ที่ตัวเลข ROI สวย ๆ ไม่ได้บอก

ก่อนตัดสินใจลงทุนจริง จึงควรศึกษาและสั่งสมประสบการณ์ให้มากขึ้น เพื่อให้โอกาสผิดพลาดน้อยลง และอย่าลืมว่า อสังหาฯ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุน ที่ต้องวางให้สมดุลกับสภาพคล่อง ความเสี่ยง และเป้าหมายอื่นในภาพรวมการเงินทั้งชีวิต

อสังหาฯ คือ 1 ชิ้นในพอร์ต — เห็นภาพรวมทั้งหมดสิ

“วางแผนพอ” (PorPlanner) ช่วยให้คุณเห็นว่าการลงทุนอสังหาฯ เข้ากับภาพรวมการเงินและเป้าหมายทั้งชีวิตของคุณแค่ไหน อย่างเป็นกลางและได้มาตรฐาน CFP® — เริ่มต้นได้ฟรี

เริ่มวางแผนฟรีที่ porplanner.com →
วิศรุต ศรีโรจนกุล (ต๋อม)
นักวางแผนการเงิน CFP® · ผู้ก่อตั้ง “วางแผนพอ”

ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ การเงินและการลงทุน มุ่งทำให้การวางแผนการเงินที่ดีเข้าถึงได้สำหรับคนไทยทุกคน ผ่านเครื่องมือที่คำนวณถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นกลาง

คำถามที่พบบ่อย

Cap Rate คืออะไร?

Cap Rate (Capitalization Rate) คืออัตราส่วนรายได้สุทธิต่อปีต่อราคาซื้อ คำนวณจาก (รายได้ − รายจ่าย) / ราคาซื้อ ใช้เปรียบเทียบศักยภาพในการสร้างรายได้ของอสังหาริมทรัพย์แต่ละแห่งโดยยังไม่คิดเรื่องการกู้

Cash on Cash Return ต่างจาก ROI อย่างไร?

CCR หักเงินผ่อนธนาคารทั้งก้อน (เงินต้น+ดอกเบี้ย) จึงวัดกระแสเงินสดที่ได้รับจริง ส่วน ROI หักเฉพาะดอกเบี้ย เพราะถือว่าเงินต้นที่ผ่อนคือความเป็นเจ้าของที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เงินที่สูญไป ROI จึงสูงกว่า CCR

ทำไมคำนวณค่าเช่าคูณ 11 ไม่ใช่ 12?

เผื่อกรณีห้องว่างไม่มีผู้เช่าประมาณ 1 เดือนต่อปี เพราะสัญญาเช่ามักเป็นปีต่อปี เมื่อผู้เช่าย้ายออกต้องทำความสะอาดและหาผู้เช่าใหม่ มักเว้นว่างอย่างน้อย 1 เดือน ถ้าทำเลห้องว่างมากอาจเผื่อมากขึ้นเป็น ×10 หรือ ×9

Leverage คืออะไร และเสี่ยงไหม?

Leverage คือการใช้เงินกู้ธนาคารช่วยลงทุน ทำให้ใช้เงินตัวเองน้อยแต่คุมสินทรัพย์ราคาเต็มได้ จึงเพิ่มผลตอบแทนต่อเงินลงทุน แต่เพิ่มความเสี่ยงด้วย เพราะยังต้องผ่อนแม้ห้องว่าง หากอัตราการเช่าตกลง กระแสเงินสดอาจติดลบ