มีเงินก้อนอยู่ในมือ ควร “ฝากธนาคาร” หรือ “โปะหนี้บ้าน” ดี? หลายคนเทียบแค่ดอกเบี้ยเงินฝากกับดอกเบี้ยเงินกู้ — แต่ลืมปัจจัยสำคัญที่พลิกคำตอบได้เลย นั่นคือ ภาษี
หลักคิดพื้นฐาน
หลักง่าย ๆ คือ ถ้า ดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ ก็ควรฝาก (เพราะได้กำไรส่วนต่าง) แล้วค่อยถอนมาโปะเมื่อดอกเบี้ยกู้ขยับสูงกว่า — ฟังดูตรงไปตรงมา
แต่ตัวเลขที่เอามาเทียบ ต้องเป็นตัวเลข “หลังภาษี” ทั้งคู่ ไม่ใช่ดอกเบี้ยหน้าสัญญา ไม่งั้นอาจตัดสินใจผิด
ภาษี 2 ขาที่คนมองข้าม
ดอกเบี้ยเงินฝากถูก หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ผลตอบแทนจริงจึงน้อยกว่าที่โฆษณา
ดอกเบี้ยกู้บ้าน นำมาลดหย่อนภาษีได้ ต้นทุนกู้ที่แท้จริงจึงต่ำกว่าอัตราหน้าสัญญา
ต้นทุนกู้บ้านที่แท้จริง (ตัวอย่างดอกเบี้ยหน้าสัญญา 3%)
ยิ่งฐานภาษีสูง สิทธิลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านก็ยิ่งช่วยลดต้นทุนกู้ของคุณ:
| ฐานภาษีของคุณ | ต้นทุนกู้ที่แท้จริง |
|---|---|
| 5% | 2.85% |
| 10% | 2.70% |
| 15% | 2.55% |
| 20% | 2.40% |
| 25% | 2.25% |
| 30% | 2.10% |
| 35% | 1.95% |
ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อ/สร้างที่อยู่อาศัยลดหย่อนได้ตามจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี (ตามมาตรา 47(1)(ซ)) ดังนั้นผลของการลดต้นทุนกู้ในตารางจะใช้ได้เต็มที่กับดอกเบี้ยส่วนที่ไม่เกินเพดานนี้ — สินเชื่อก้อนใหญ่ที่จ่ายดอกเบี้ยเกิน 100,000 บาท/ปี ส่วนที่เกินจะไม่ได้สิทธิลดหย่อน
ลองคิดตามตัวอย่าง
สมมติคุณอยู่ฐานภาษี 20% และผ่อนบ้านดอกเบี้ยคงที่ 3%:
เงินฝากต้องได้เกิน 2.82% ถึงจะคุ้มกว่าโปะ (เพราะ 2.82% × 0.85 = 2.40%)
แปลว่าถ้ามีบัญชีเงินฝากที่ให้ดอกเบี้ยเกิน 2.82% ก็ควรฝากไว้ ได้ผลตอบแทนหลังภาษีสูงกว่าต้นทุนหนี้บ้าน
แล้วเมื่อไหร่ควรโปะ
ควรโปะเมื่อ ต้นทุนกู้ที่แท้จริง สูงกว่า ผลตอบแทนเงินฝากหลังภาษี
ต่อจากตัวอย่างเดิม สมมติเงินฝากให้ 3.75% (สุทธิหลังภาษี = 3.75% × 0.85 = 3.19%) — แม้ภายหลังดอกเบี้ยบ้านจะปรับเป็นลอยตัวเกิน 3.19% ก็ ยังไม่ควรรีบโปะ เพราะต้องคิดสิทธิลดหย่อนด้วย · จุดที่ควรโปะจริง ๆ คือเมื่อดอกเบี้ยกู้ เกินราว 4.00% เพราะ 4% × (1 − 0.20) = 3.20% ซึ่งเพิ่งจะสูงกว่าผลตอบแทนฝากสุทธิ 3.19%
ภาษีเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาประกอบการตัดสินใจทางการเงินเสมอ — ทั้งฝั่งรายได้ (ดอกเบี้ยเงินฝากโดนหัก) และฝั่งรายจ่าย (ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนได้) เรื่องเดียวกันแต่คิดภาษีกับไม่คิด อาจได้คำตอบตรงข้ามกันเลย · การวางแผนภาษีเป็น 1 ใน 7 ด้าน — อ่านต่อ การวางแผนการเงินมีกี่ด้าน →
ตัดสินใจการเงินโดยไม่ลืมภาษี
“วางแผนพอ” (PorPlanner) ช่วยให้เห็นภาพรวมการเงินและภาษีไปพร้อมกัน ก่อนตัดสินใจเรื่องเงินก้อนหรือหนี้สิน อย่างเป็นกลางและได้มาตรฐาน CFP® — เริ่มต้นได้ฟรี
เริ่มวางแผนฟรีที่ porplanner.com →คำถามที่พบบ่อย
มีเงินก้อน ควรฝากหรือโปะหนี้บ้านดี?
เปรียบเทียบผลตอบแทนเงินฝากหลังหักภาษี กับต้นทุนดอกเบี้ยบ้านหลังหักสิทธิลดหย่อน ถ้าเงินฝากหลังภาษีสูงกว่าต้นทุนกู้ที่แท้จริง ก็ควรฝาก แต่ถ้าต้นทุนกู้สูงกว่า ก็ควรนำไปโปะหนี้
ทำไมต้องคิดภาษีในการเปรียบเทียบ?
เพราะดอกเบี้ยเงินฝากถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ทำให้ผลตอบแทนจริงลดลง ขณะที่ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนภาษีได้ (สูงสุด 100,000 บาท/ปี) ทำให้ต้นทุนกู้จริงต่ำกว่าหน้าสัญญา ลืมสองปัจจัยนี้อาจตัดสินใจผิด
ควรโปะหนี้บ้านเมื่อไหร่?
เมื่อต้นทุนดอกเบี้ยบ้านหลังหักลดหย่อน สูงกว่าผลตอบแทนเงินฝากหลังหักภาษี เช่น ฝากได้ 3.75% (สุทธิ 3.19%) ฐานภาษี 20% ควรโปะเมื่อดอกเบี้ยกู้เกินราว 4% เพราะ 4% หลังลดหย่อน 20% = 3.20% สูงกว่า 3.19%
ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนภาษีได้เท่าไร?
ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 47(1)(ซ) ผลของการลดต้นทุนกู้จึงใช้ได้เต็มที่กับดอกเบี้ยส่วนที่ไม่เกินเพดานนี้